พระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ และวิหารพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ

        เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเจริญพระชนมายุ 50 พรรษา ในปี 2548  มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จึงขอพระราชทานพระราชานุญาตจัดสร้างพระเจ้าล้านทองเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อัญเชิญพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ มาประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นที่สักการะของพนักงาน นักศึกษา ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั่วไป และในโอกาสนี้มหาวิทยาลัยจึงได้จัดสร้างพระพุทธรูปพระเจ้าล้านทองฯ ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว 5 นิ้วและ 3 เซนติเมตร และรูปเหรียญพระเจ้าล้านทอง เพื่อเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้บูชาไว้เพื่อความเป็นสิริมงคล

        มหาวิทยาลัยจึงได้จัดพิธีมหาพุทธาภิเษกขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคล ในระหว่างวันที่ 17-19 พฤษภาคม 2550 ณ มณฑลพิธีอาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ ในการจัดพิธีมหาพุทธาภิเษกครั้งนี้ ได้กำหนดจัดให้มีพิธีทั้งพิธีล้านนาโบราณ และพิธีทางภาคกลาง โดยได้กราบนมัสการเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ประธานคณะผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช วัดสระเกสราชวรวิหาร มาเป็นองค์ประธาน อีกทั้งยังได้กราบอาราธนานิมนต์พระมหาเถระ พระเกจิและพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ทั่วประเทศ ทั้งมหานิกาย ธรรมยุติและสายวิปัสสนาธุระ ได้เมตตาเจริญพระพุทธมนต์และแผ่เมตตาจิตปรก รวม 9 ชุด ชุดละ 8 รูป พระมหาเถระสวดคาถาจุดเทียนชัยและเจริญพระพุทธมนตร์ 9 รูป พระสงฆ์สวดมนต์ตั๋นแบบล้านนา 19 รูป และพรสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เจ็ดตำนานและสิบสองตำนาน 9 รูป นอกจากนี้ยังมีพระสงฆ์สวดเบิกแบบล้านนา จำนวน 2 ชุด และพระพิธีธรรมจากคณะสงฆ์จากวัดสุทัศน์เทพวรารามจำนวนอีก 2 ชุด โดยพิธีกรรมจะเริ่มตั้งแต่เย็นวันที่ 18 พฤษภาคม 2550 เวลา 13.19 น. เรื่อยไปตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 19 พฤษภาคม 2550 เวลา 16.00 น.

        ก่อนเริ่มพิธีกรรมในวันที่ 18 นั้น ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2550 มีพิธีขึ้นท้าวทั้ง 4 หรือท้าวจตุโลกบาล ซึ่งเป็นพิธีแบบทางเหนือ เป็นพิธีอัญเชิญองค์อินทร์และเทวดาที่รักษาเมืองทั้ง 4 ทิศ ตลอดจนพระแม่ธรณี และพิธีอัญเชิญพระอุปคุตหรือพระอรหันต์ขีณาสพ ซึ่งเป็นพระที่ถือว่าฤทธานุภาพมากที่สุด สามารถเอาชนพญามาร (พญาวัสสวดีเทพบุตรมาร) ได้มาเพื่อประดิษฐาน ณ มณฑลพิธี ตลอดจนช่วงรยะเวลาที่มีพิธีกรรมดังกล่าว และในวันที่ 18 พฤษภาคม 2550 ตอนเช้าเริ่มด้วยพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และการบูชาฤกษ์ จากนั้นมีการตั้งมณฑลพิธีเพื่ออัญเชิญพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ มาประดิษฐานในรั้งราชวัตรและภายใต้มณฑลพิธีนั้นมีการจัดวางศาสตราวุธทั้งหลายไว้ โดยมีความเชื่อว่าตามโบราณล้านาว่าพุทธานุภาพจากพิธีดังกล่าว สามารถข่มศาสตราวุธทั้งหลายไว้ได้

        ในช่วงกลางคืน มีพิธีกรรมที่สำคัญพิธีหนึ่งคือพิธีกวนข้าวทิพย์หรือข้าวมธุปายาส ตามประเพณีโบราณเชื่อกันว่า ข้าวทิพย์ นี้เป็นข้าวที่นางสุชาดา ธิดาของเศรษฐีแห่งอุรุเวลาเสนานิคม ได้ทำถวายแด่พระโพธิสัตว์ที่บำเพ็ญทุกรกิริยามานาน 6 ปีนั้นและพระมหาบุรุษนั้นได้เสด็จลุกจากที่ประทับ ทรงถือถาดข้าวมธุปายาส เสด็จไปยังฝั่งแม่น้ำ เนรัญชราประทับบ่ายพระพักตร์ สู่บูรพาทิศ ทรงปั้นข้าวปั้นนั้นเป็นปั้นๆ นับได้ 49 ปั้น เสวยจนหมด แล้วทรงถือถาดลง ไปสู่แม่น้ำนั้นทรงอธิษฐานเสี่ยงพระบารมีว่า “ถ้าอาตมาจะได้ตรัสแก่พระปรมาภิเษก สัมโพธิญาณแล้ว ขอให้ถาดนี้จงลอย ทวนกระแสน้ำขึ้นไป” แล้วทรงลอยถาดทองนั้นสู่แม่น้ำเนรัญชรา ขณะนั้นด้วยอานุภาพบารมีที่สั่งสอนมาทำให้ถาดนั้นลอยทวนกระแสน้ำและเมื่อได้เสวยข้าวมธุปายาสแล้ว จึงได้บรรลุอภิเษกสัมโพธิญาณเป็นพรพุทธเจ้า จึงถือกันว่าข้าวทิพย์ เป็นอาหารที่ดีที่สุด สูงที่สุด เป็นเลิศและวิเศษกว่าอาหารใด ๆ ซึ่งข้าวทิพย์นี้จะถวายในพิธีเบิกเนตรในเวลา 05.19 น. ของวันรุ่งขึ้น

        พิธีทั้งหมดที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้จัดขึ้นครั้งนี้ถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นพิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่  โดยมหาวิทยาลัยได้กราบอาราธนานิมนต์พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ตลอดจนพระมหาเถรานุเถระ และพระเกจิต่าง ๆ อาทิ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พระมหาโพธิวงศาจารย์ วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร จ.แพร่ พระพุทธพจนวราภรณ์ วัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่ พระธรรมวิมลโมลี วัดศรีโคมคำ จ.พะเยา พระธรรมราชานุวัตร วัดพระแก้ว จ.เชียงราย พระเทพมงคลมุนี วัดน้ำล้อม จ.ลำปาง พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อไชยบูลย์) วัดอนาลโย จ.พะเยา พระโพธิรังษี  วัดดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ครูบาสามีแสงหล้า วัดพระธาตุสายเมือง ประเทศพม่า ครูบาจันทรังสี วัดกู่เต้า จ.เชียงใหม่ ครูบาเจ้าน้อย วัดศรีดอนมูล อ.สารภ จ.เชียงใหม่ พระครูอุดมวีรวัฒน์ (หลวงพ่อคูณ ติกขวีโร) วัดอุดมวารี จ.เชียงราย ครูบาเทือง นาถสีโล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ครูบาอินทร ปัญญาวัฒโน วัดสันป่ายางหลวง จ.ลำพูน หลวงปู่จัน จันทโชติ วัดหัวกว๊าน จ.เชียงราย เป็นต้น

        นอกจานี้ยังมีน้ำทิพย์และน้ำพุทธมนตร์จากที่ต่าง ๆ นำมาประกอบน้ำพระพุทธมนต์ในพิธีนี้ด้วย อาทิ น้ำทิพย์จากบ่อทิพย์ ณ พระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุง พระปฐมบรมธาตุแห่งอาณาจักรล้านนา อ.แม่สาย จ.เชียงราย น้ำพระพุทธมนตร์จากวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.พิษณุโลก  น้ำพระพุทธมนตร์จากวิหารหลวงพ่อเพ็ชร วัดท่าหลวง พระอารามหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร น้ำพระพุทธมนตร์จากวิหารพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครปฐม น้ำพระพุทธมนตร์จากหลวงพ่อวัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม น้ำพระพุทธมนตร์จากวิหารหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลย์วรวิหาร อ.เมือง        จ.สุพรรณบุรี น้ำพระพุทธมนตร์จากวิหารหลวง วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ น้ำพระพุทธมนตร์จากวิหารหลวง วัดพระธาตุลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง น้ำพระพุทธมนตร์จากวัดเจดีย์ซาวหลัง อ.เมือง จ.ลำปาง การจัดพิธีมหาพุทธาภิเษกครั้งนี้ จึงนับว่าเป็นพิธีอันยิ่งใหญ่และเป็นมหามงคลอย่างยิ่ง

เหรียญและพระพุทธรูป พระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ       

        ตามที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง  จัดสร้างพระเจ้าล้านทองขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ 50 พรรษา และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้อัญเชิญมาเป็นพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย

        เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มีการบูชาสักการะ พระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ อันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจึงได้ดำเนินการจัดสร้างเหรียญพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติและพระพุทธรูปพระเจ้าล้านทองขนาดต่าง ๆ ดังนี้

1.เหรียญขนาด 3 เซนติเมตร  ราคาบูชาเหรียญละ 59 บาท

2.พระเจ้าล้านทองย่อส่วนขนาดความสูง 3 เซนติเมตร  แบบลอยองค์ ราคาบูชาองค์ละ 109 บาท

3.พระเจ้าล้านอง ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว ราคาบูชาองค์ละ 3,999 บาท

4.พระเจ้าล้านทอง ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว ราคาบูชาองค์ละ 9,999  บาท

        เหรียญพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ และพระพุทธรูปพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ สร้างโดย นายสิงห์ ดิษฐพันธุ์ ผู้หล่อพระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ ณ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้จัดพิธีมหาพุทธาภิเษก เหรียญและพระพุทธรูปขึ้นในวันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2550 ตรงกับขึ้น 2 ค่ำ เดือน 7 (เดือน 9 เหนือ) โดยพิธีการจะปลุกเสกและอธิษฐานจิตจากพระสงฆ์ทรงสมศักดิ์และพระเกจิอาจารย์ทั่วภาคเหนือมากถึง 81 รูป และผ่านพิธีสวดเบิก (พิธีกรรมทางล้านนา) เพื่อให้พระพุทธรูปนั้นมีศรี มีเดชะ มีพุทธานุภาพ วุฒิเจริญรุ่งเรือง และเพื่อความศักดิ์สิทธิ์

        นอกจากนั้นรายได้ทั้งหมดที่พุทธศานิกชนร่วมบูชาในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะนำไปจัดสร้างวิหารพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยมีรูปแบบวิหารเป็นโถง ตามแบบสถาปัตยกรรมล้านนา สกุลช่างลำปาง ต้นแบบมาจากวิหารพระธาตุลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง

        พระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ นี้เป็นพระพุทธรูปโลหะหล่อด้วยบรอนซ์ ปางมารวิชัยนั่งขัดสมาธิราบ พระรัศมีเป็นดอกบัวตูมอยู่ภายในเปลวเพลิง ขนาดหน้าตักกว้าง 1 เมตร 90 เซนติเมตร ความสูงจากฐานถึงยอดพระรัศมี 2 เมตร 20 เซนติเมตร รอบพระเศียร 1 เมตร 45 เซนติเมตร มีอักษรย่อพระนามาภิไธย “ส.ธ.” ประดิษฐานบนผ้าทิพย์ พระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ องค์นี้จำลองแบบมาจากพระเจ้าล้านทอง พระประธานในพระอุโบสถวัดพระแก้ว (พระอารามหลวง) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยประติมากรผู้ปั้นพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ คือ พันโท นภดล สุวรณสมบัติ ประมาติกรผู้ปั้นพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

        พิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบนเศียรพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ และพิธียกช่อฟ้าวิหารพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติ จัดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2551 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธี เมื่อเวลา 19.50 น. โดยเสด็จฯรถยนต์พระที่นั่งถึงวิหารพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ หลังจากนั้นอธิการบดี นายกสภามหาวิทยาลัยพร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัย เฝ้าฯ รับเสด็จ เมื่อเสด็จฯ เข้าสู่วิหารพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพระเจ้าล้านทองแล้ว ทรงประทับพระราชอาสน์ รองศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี กราบบังคมทูลรายงานการก่อสร้างพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียติ การสร้างวิหาร การบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพิธียกช่อฟ้าวิหารพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติ เมื่อเจ้าพนักงานอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ และบรรจุในผอบ และพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุให้อธิการบดี นำบรรจุบนเศียรพระพุทธรูปพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ  

        หลังจากนั้นเสด็จฯ ออกจากวิหารพระเจ้าล้านทอง ไปยังแท่นที่ประดิษฐานช่อฟ้า ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิม ทรงปิดทอง ทรงผูกผ้าสีชมพู แล้วทรงคล้องพวงมาลัย ทรงถือสายสูตร เมื่อเสร็จพิธีทรงเสด็จฯ ภายในวิหารพระเจ้าล้านทองทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก และนายกสภามหาวิทยาลัย ทูลเกล้าฯ ถวายพระพุทธรูปพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ แล้วเสด็จฯ ทรงกราบหน้าเครื่องนมัสการ และเสด็จปลูกต้นศรีมหาโพธิ์  ณ บริเวณวิหารพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ  จนกระทั่งเวลา 20.30 น. เสด็จฯ ประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังพระตำหนักดอยตุง เป็นอันเสร็จพิธี

วิหารพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ

        การดำเนินการจัดสร้าง พระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ นั้น มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยดำริของรองศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี และด้วยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย ได้จัดสร้างวิหารพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ ขึ้น เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติ ที่มหาวิทยาลัยได้รับพระราชทานพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้อัญเชิญเป็นพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย

            ในการจัดหาที่ตั้งของวิหารนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.วันชัย  ศิริชนะ อธิการบดี ได้สำรวจพื้นที่ในมหาวิทยาลัยเพื่อหาตำแหน่งที่เหมาะสมร่วมกับคุณสงคราม ชีวประวัติดำรงค์ กรรมการสภามหาวิทยาลัย และเห็นพ้องต้องกันว่า วิหารควรอยู่ในตำแหน่งสูงที่สุดในมหาวิทยาลัย จึงได้เลือกสถานที่ตั้งบนเนินยอดเขาทางใต้ของมหาวิทยาลัย อันเป็นตำแหน่งสูงที่สุด และสามารถมองเห็นได้ระยะไกล โดยได้กำหนดให้วิหารหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ที่ 13 องศา ซึ่งตรงกับทางเข้าของมหาวิทยาลัยพอดี

            โดยแนวความคิดของ รองศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี ในการจัดสร้างวิหารนี้ ควรเป็นวิหารขนาดเล็ก เรียบง่าย ใช้งบประมาณก่อสร้างในวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท และยังเป็นการอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมแบบล้านนาไปด้วย และควรเป็นวิหารโล่ง แบบวัดพระธาตุลำปางหลวง  อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ซึ่งมีรูปลักษณ์อันเหมาะสม จึงได้เชิญที่ปรึกษารวมทั้งผู้เชี่ยวชาญฝ่ายต่าง ๆ  อาทิ อาจารย์นคร พงษ์น้อย ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมล้านนา ซึ่งได้แนะนำว่าควรศึกษาสถาปัตยกรรมของวิหารของวัดอื่นประกอบ ได้แก่ วิหารวัดปงยางคก  อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นวิหารขนาดเล็กรูปทรงแบบล้านนาเดิม และวิหารวัดไหล่หิน อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง อธิการบดีและคณะจึงได้เดินทางศึกษารูปแบบของวิหารวัดต่าง ๆ แล้ว จึงได้ข้อสรุปว่า วิหารพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติ  จะเป็นวิหารโล่งแบบล้านนา โดยใช้วิหารของทั้ง 3 วัดเป็นต้นแบบ จากนั้นได้กำหนดรูปแบบให้สล่ารุ่ง จันทร์ตาบุญ  ผู้ก่อสร้างหอคำหลวงในงานพืชสวนโลก เมื่อปี พ.ศ.2549 ดำเนินการออกแบบ

            หลังจากที่ออกแบบแล้ว มหาวิทยาลัยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญหลายท่านมาให้คำแนะนำ จนกระทั่งได้รูปแบบที่เหมาะสมและเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย โดยรูปลักษณ์ของวิหารพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ  เป็นแบบสถาปัตยกรรมล้านนา มีลักษณะเป็นวิหารโล่ง โครงสร้างรากฐานของวิหารเป็นแบบก่ออิฐถือปูน โครงสร้างเครื่องบนทำด้วยไม้เต็งทั้งหมด เป็นลักษณะม้าต่างไหม หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินขอ หลังคามี 4 ซด 3 ตับ สันหลังคาซดที่ 3 มีการประดับปูนปั้นที่เรียกว่า ปราสาทเฟื่อง ช่อฟ้าทำด้วยไม้แกะสลัก ปิดทองที่อกด้านหน้า ทางเข้าทำด้วยไม้แกะสลักลวดลายตกแต่งด้วยปูนปั้นแบบจิ๋นปิดทอง เชิงบันไดเป็นเหงาหรือหางวัน

            ตัววิหารมีขนาดกว้าง 8.94 เมตร ยาว 20.05 เมตร พื้นที่ใช้สอย 180 ตารางเมตร การตกแต่งบริเวณโดยรอบยึดแนวคติทางจักรวาล กล่าวคือ มีการใช้กรวดสีขาว หมายถึงทะเลสีทันดร ตัวบันไดด้านหน้า หมายถึงสะพานสายรุ้ง ส่วนวิหารเปรียบประหนึ่งเขาพระสุเมรุ  การก่อสร้างวิหารพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ ใช้เวลาทั้งสิ้น 377 วัน โดยเริ่มต้น เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2549 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2550 งบประมาณค่าก่อสร้างประมาณ 9,000,000 บาท (เก้าล้านบาทถ้วน) ทั้งนี้ได้รวมถึงผู้มีจิตศรัทธาบริจาคสมทบทุนในการจัดสร้างครั้งนี้ด้วย


พิธีมหาพุทธาภิเษกพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ เมื่อวันที่ 17-19 พฤษภาคม 2550 ณ มณฑลพิธีอาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ

 

พิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบนเศียรพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติ ฯ และพิธียกช่อฟ้าวิหารพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2551