พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จัดตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองและสืบสานพระราชปณิธานอันแน่วแน่ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีที่จะ “ปลูกป่า สร้างคน” เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้ด้อยโอกาสรวมทั้งการธำรงไว้ซึ่งประเพณีและศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามของชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในภาคเหนือ และภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนบน มหาวิทยาลัยแห่งนี้จึงเป็นสถาบันที่จะสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ต่อไป

มหาวิทยาลัยได้กำหนดรูปแบบของพระราชานุสาวรีย์ฯ  ว่าควรให้มีความสอดคล้องกับคำว่า “แม่ฟ้าหลวง” ที่บ่งบอกถึงความหมายว่าทรงใกล้ชิดกับพสกนิกร โดยเฉพาะในท้องถิ่นที่อยู่ห่างไกล  นั่นคืออยู่ในอิริยาบถที่ทรงประทับนั่ง เสมือนหนึ่งกำลังมีพระราชดำรัสกับราษฎรในลักษณะที่เป็นกันเอง ฉลองพระองค์ที่สวมใส่ให้เป็นแบบไม่เป็นทางการ ในชุดที่สอดคล้องกับการออกเยี่ยมเยียนราษฎร  และที่สำคัญให้มีพระวรกายที่สมบูรณ์พอควร กับให้มีขนาดสองเท่าพระองค์จริง และได้มอบหมายให้ประติมากร คือ พันโทนภดล สุวรรณสมบัติ เป็นผู้ออกแบบและจัดปั้นพระรูปต้นแบบ ซึ่งในการออกแบบนั้นได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ในหลายลักษณะมาผสมผสานกัน จนเป็นรูปแบบที่พอใจและตรงตามวัตถุประสงค์  จึงได้ดำเนินการขึ้นรูปและปั้นพระรูปต้นแบบจนสำเร็จ ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน 

หลังจากการปั้นพระรูปต้นแบบเสร็จแล้ว เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์สูงสุด  มหาวิทยาลัยได้กราบทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ให้เสด็จฯ ทอดพระเนตรพระรูปต้นแบบ ณ บ้านช่างปั้น เลขที่ 35/37 ถนนพุทธมณฑลสาย 1 เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 เพื่อมีพระราชวินิจฉัยให้ พันโทนภดล สุวรรณสมบัติ ประติมากร นำไปปรับปรุงให้สมพระเกียรติมากที่สุด  ซึ่งในครั้งนั้น ได้มีพระราชดำรัสว่า “สวยงามและเหมือนองค์จริงมาก” อันนำความปลาบปลื้มมาสู่คณะผู้บริหาร และประติมากรเป็นอย่างยิ่ง

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดชได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จพระดำเนินแทนพระองค์  ทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระรูป ณ มณฑลพิธี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เมื่อวันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2547 เวลา 16.15 น.

พระรูปต้นแบบได้ถูกนำไปหล่อด้วยโลหะซิลิก้าบรอนซ์  ที่โรงหล่ออำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง โดยกำหนดไว้ว่าโลหะที่ใช้หล่อนี้ เมื่อได้มีการประดิษฐานไประยะหนึ่งแล้ว จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียว คล้ายกับอนุสาวรีย์ในยุโรป  หลังจากการหล่อเสร็จสมบูรณ์ ได้มีการอัญเชิญพระราชานุสาวรีย์จากจังหวัดอ่างทอง มาที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 โดยได้ประดิษฐานบนฐานที่ตั้งที่บริเวณติดกับลานดาว ระหว่างอาคาร E1 และ E2  ฐานที่ตั้งพระราชานุสาวรีย์และบริเวณโดยรอบได้รับการออกแบบอย่างสวยงาม ฐานด้านหน้าประดับตราสัญลักษณ์ “สว” ด้านหลังจารึกพระราชประวัติโดยย่อของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดชได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร) เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์เป็นองค์ประธานในการประกอบพิธีเปิดพระราชานุสาวรีย์  ในวันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2548 เวลา 17.00 น. และจากนั้น ในวันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2547 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้จัดให้มีพิธีชัยมังคลาภิเษก พระราชานุสาวรีย์ ตามรูปแบบประเพณีของล้านนาโดยครบถ้วน


เอกสารจดหมายเหตุที่เกี่ยวข้อง

สูจิบัตรพิธีเททองพระราชานุสาวรีย์ฯ

บัตรเชิญพิธีเททองพระราชานุสาวรีย์ฯ

โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์พิธีเททองพระราชานุสาวรีย์ฯ

สูจิบัตรพิธีเปิดพระราชานุสาวรีย์ฯ

บัตรเชิญพิธีเปิดพระราชานุสาวรีย์ฯ


สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จทอดพระเนตรต้นแบบพระรูปและพระราชทานพระวินิจฉัย เมื่อวันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2547 ณ บ้านเลขที่ 35/75 ถนนพุทธมณฑล 1 หมู่บ้านมหาดไทย กรุงเทพมหานคร 

 

พิธีเททองพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ  ลานพระราชานุสาวรีย์  มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เมื่อวันพุธที่ 15 ธันวาคม 2547

 

พิธีอัญเชิญพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประดิษฐาน ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เมื่อวันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม 2548

 

พิธีเปิดพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม 2548